roam

    ตุ๊กตาผีญี่ปุ่นคิคุโกะผมยาวเองได้

คิคิโกะ ตุ๊กตาผีญี่ปุ่นผมยาวเองได้ เป็นเรื่องเล่าของเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นชื่อว่า คิคุโกะ ที่ได้รับตุ๊กตามาจาก เอคิชิ ซูซุกิ พี่ชายของเธอที่ซื้อให้จากงานนิทรรศการไทโช ในสมัยไทโชที่ 7 ลักษณะตุ๊กตาตัวนี้มีหน้าตาแบบตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ หน้าตาหน้ารัก สวมชุดกิโมโน ผมยาวประบ่า คิคุโกะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก เพราเธอใช้ชีวิตกับตุ๊กตาเสมือนกับว่ามันมีชีวิตอยู่จริง ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำและนำมานอนด้วยเสมอ และเธอได้ตั้งชื่อให้กับตุ๊กตาว่า โอคิคุ

หลังจากนั้นไม่นานคิคุโกะก็ได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลง พี่ชายของเธอเสียใจมากจึงได้เก็บตุ๊กตาโอคิคุเอาไว้เป็นอย่างดีเพราะเป็นตุ๊กตาตัวที่น้องสาวรักมากที่สุด ตุ๊กตาตัวนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของน้องสาวของเขา

เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งเขาก็สังเกตว่าใบหน้าของตุ๊กตามีรอยยิ้ม ผมของตุ๊กตาก็ยาวขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่มีชีวิตจริงๆ เขาและครอบครัวจึงเชื่อว่าตุ๊กตาตัวนี้อาจมีดวงวิญญาณของคิคุโกะเข้าไปสิงอยู่ก็เป็นได้ เมื่อคิดเช่นนั้นเขาจึงยิ่งเก็บรักษาตุ๊กตาเอาไว้อย่างดีที่สุด และเรียกตุ๊กตาด้วยชื่อเดียวกับน้องสาวว่า คิคุโกะ

ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเขาต้องถูกเกณฑ์ไปเป้นทหาร และพ่อแม่ของเขาก็เสียชีวิตลง ในขณะเดียวกันสงครามเกิดหนักและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เอคิชิเกรงว่าเขาอาจไม่สามารถรักษาตุ๊กตาไว้ได้ จึงตัดสินใจนำตุ๊กตาพร้อมกับเถ้ากระดูกของน้องสาวไปมอบให้กับทางวัดมังเนนจิ หลายปีต่อมาเอคิชิมีชีวิตรอดกลับมาจากสงครามได้ จึงกลับมายังวัดแห่งนั้น และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตุ๊กตามีผมยาวขึ้นกว่าเดิมมาก

ยังมีเรื่องเล่าอีกด้วยว่าบริเวณที่วางตุ๊กตามักมีเสียงเด็กร้องให้ รวมถึงมีคนเห็นตุ๊กตาตัวนี้ร้องให้ด้วย ซึ่งสันนิษฐานว่าคิคุโกะอาจคิดถึงพี่ชายและเสียใจที่ตนเองจากโลกนี้เร็วเกินไป ปัจจุบันตุ๊กตาคิคุโกะยังคงอยู่วัดเดิม และจะมีพิธีตัดผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับตุ๊กตาคิคุโกะทุกปี เรื่องผมที่ยาวได้เองของตุ๊กตาคิคุโกะนั้นจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครหาเหตุผลได้ว่าตุ๊กตามีผมยาวขึ้นเองได้อย่างไร

     ตำนานผีไทยและไสยศาสตร์

ผีสางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงไสยศาสตร์ต่างๆ เป็นเรื่องที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน โดยสะท้อนให้เห็นอยู่ในประเพณีพิธีกรรมต่างๆ รวมไปถึงบทประพันธ์และวรรณคดีไทยก็มีการกล่าวถึงสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีตำนานของผีแต่ละชนิดที่เล่าสืบทอดต่อกันมานับร้อยๆปี เช่น ตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ตำนานแม่นากพระโขนง ผีปอบ ผีกระสือ ซึ่งตำนานและความเชื่อเหล่านี้ยังคงถูกเล่าสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน จากตำนานเรื่องเล่าผีๆ ที่เล่าสืบต่อกันมานั้น จะเห็นได้ว่าภูตผีของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น แตกต่างไปจากเรื่องเกี่ยวกับผีของนานาประเทศทั่วโลก แต่ก็มีผีไทยบางชนิดที่มีความคล้ายคลึงกับผีในต่างประเทศ ในด้านของตำนานเรื่องเล่าหรือลักษณะของผีตนนั้นๆ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องเล่าของผีและวิญญาณในประเทศไทยส่วนใหญ่มักจะสอดแทรกเรื่องของเวรกรรมเพื่อเป็นคติสอนใจและเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้ผู้คนประพฤติในสิ่งไม่ดีนั่นเอง  ในหนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเรื่องราวตำนานของผีและความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ในประเทศไทย เพื่อเป็นความรู้และให้ข้อคิด ทั้งยังสอดแทรกความสนุกสนานและน่ากลัวในเวลาเดียวกันอีกด้วย

    ผีกระสือ

“ตกกลางคืนมีหัวกับไส้พร้อมแสงกระพริบวาบๆ” ลักษณะของผีกระสือเป็นผีผู้หญิงที่ออกหากินในยามกลางคืน มีแต่หัวกับไส้และแสงสีเขียวๆกะพริบวับๆ ลอยอยู่ตามที่ต่างๆ แต่ในเวลากลางวันเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงแก่หรือวัยกลางคนที่ใช้ชีวิตปกติปะปนอยู่กับคนมั่วๆไป กระสือจะชอบหลบอยู่ในที่มืดๆ เพราะกลัวแสงสว่าง ทั้งยังคอยหลบหน้าผู้คน ไม่ชอบพูดกับใคร และมีท่าทางคล้ายคนป่วย พอตกกลางคืนก็จะถอดหัวกับไส้เพื่อออกหากิน โดยทิ้งร่างเอาไว้ที่บ้านแล้วคาบผ้าห่มมาคลุมร่างกายที่ไร้หัวของตนเองเอาไว้ เมื่อผีกระสือถอดหัวแล้วก็จะมีแสงกะพริบสีเขียวๆสลัวๆอยู่ใกล้ๆกับบริเวณหัวใจ เชื่อกันว่าแสงนี้เป็นตัวแทนของดวงวิญญาณ หรือดวงจิตขิงกระสือที่สิงอยู่ในคนที่เคราะห์ร้าย และเป็นวิญญาณที่หยั่งลึกลงในใจของคนที่เป็นกระสือแล้ว อาหารของผีกระสือคือ ของสดของคาว เช่น รกเด็ก เครื่องในสดๆ จึงชอบออกหากินบริเวณที่มีเด็กใกล้คลอด นอกจากนี้ยังชอบของเน่าเหม็นอย่างอุจจาระหรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ เมื่อกระสือกินของที่มีกลิ่นเหม็นเหล่านี้เข้าไปแล้วก็จะเช็ดปากตามผ้าที่ชาวบ้านตากไว้เกิดเป็นรอยเปื้อนทิ้งไว้เป็นที่สยดสยองแก่ชาวบ้าน เชื่อว่าหากนำผ้าที่เกิดรอยเปื้อนจากกระสือไปต้ม กระสือจะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณปากมากจนต้องมาขอร้องไม่ให้นำผ้านั้นไปต้มอีก หรือหากนำผ้าที่เกิดรอยเปื้อนไปพาดไว้ที่บันได ก็จะทำให้กระสือปากบวม นอกจากนี้วิธีการป้องกันผีกระสือไม่ให้ผ่านเข้ามาในบริเวณบ้านนั้น หนำเอาของมีคมหรือหนามแหลมๆล้อมตามบ้านหรือปลูกต้นไม้ที่มีหนามไว้ภายในบริเวณบ้าน หนามแหลมเหล่านี้จะทำให้กระสือผ่านเข้าออกบริเวณนั้นได้ยาก เพราะไส้อาจไปเกี่ยวหนามแหลมทำให้ถูกจบได้ การสืบทอดทายาทของกระสือนั้นทำได้โดยถ่มน้ำลายเข้าปากลูกหลานเพื่อสืบทอดความเป็นกระสือต่อไป คนที่เป็นกระสือนั้นเกิดจากวิบากกรรมที่ตนได้ก่อเอาไว้ เช่น การหลอกลวงต้มตุ๋นผู้อื่น การหากินในทางมิชอบ หรือการมีจิตใจที่สกปรก โดยดวงวิญญาณของกระสือจะไปสิงสู่คนที่ก่อกรรมทำเข็ญเช่นเดียวกับตนเอง หากต้องการจะกำจัดกระสือ มีอยู่ทางเดียวคือต้องฆ่าคนคนนั้นให้ตายเท่านั้น

Bookmarks